วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

อาหารที่ทำให้เกิดสิว "สาเหตุหลักที่ควรรู้"

ผิวขาว

วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) มีอีกหนึ่งความรู้เรื่อง อาหารที่ทำให้เกิดสิว หรือ อาหารที่ทำให้เป็นสิว มาบอกกล่าวให้คุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชที่รักในการดูแลผิวหน้ากันค่ะ หรือว่าคุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชท่านไหนที่กำลังอยากรู้ว่าอาหารที่ทำให้เกิดสิว หรือ อาหารที่ทำให้เป็นสิว นั้นมีอะไรบ้างวันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) ก็ไม่พลาดที่จะนำสาระน่ารู้ดีๆ แบบนี้มาบอกเล่าให้คุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชทุกท่านได้ฟังและรู้กันอย่างแน่นอนค่ะ สำหรับเรื่อง อาหารที่ทำให้เกิดสิว หรือ อาหารที่ทำให้เป็นสิว เป็นสิ่งที่คนเป็นสิวอยากจะรู้กันทุกคนเลยใช่ไหมล่ะค่ะ เพราะหากว่าคุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชลดหรือเลือก อาหารที่ทำให้เกิดสิว หรือ อาหารที่ทำให้เป็นสิว ให้น้อยลงได้ อาการสิวเห่อที่แอบมาขึ้นบนใบหน้าของคุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชก็อาจจะไม่เกิดขึ้นค่ะ ฉะนั้นแล้วเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) อยากเชิญชวนคุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชมาดูคำตอบของ อาหารที่ทำให้เกิดสิว หรือ อาหารที่ทำให้เป็นสิว ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะกระตุ้นและก่อให้เกิดสิวด้วยกันเถอะค่ะ


อาหารที่ทำให้เกิดสิว


3 เรื่องน่ารู้ อาหารที่ทำให้เกิดสิว อาหารที่ทำให้เป็นสิว

1. นม

ผลิตภัณฑ์จากนม Daily Product เช่น นมข้นหวาน ชีส โยเกิร์ต ไอศกรีม เค้ก เบเกอรี่ และอาหารที่ผสมของนม เนื่องจากนมเป็นอาหารย่อยยากเมื่อรับประทานเข้าไปจะเกิดหมักหมมในกระเพาะอาหารและเกิดการเจริญเติบโตของยีสต์ซึ่งเมื่อเพิ่มมากขึ้นก็จะเกิดการกระตุ้นให้เกิดสิวได้ แต่ถ้าหากเกรงว่าจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่คอยได้รับจากนม เราสามารถเลือกทานจากอาหารกลุ่มอื่นได้ เช่น ไข่ เต้าหู้ ถั่วต่างๆ ปลาตัวเล็ก และเนื้อสัตว์ เพื่อทดแทนโปรตีนและแคลเซียมจากนมได้


2. อาหารที่หวานจัด

เป็นอาหารของยีสต์ในกระเพาะอาหารเช่นเดียวกันทำให้ยีสต์เจริญเติบโตได้และยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ฮอร์โมนไม่คงที่ ขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา เป็นสาเหตุของการเกิดสิวเพิ่มมากขึ้น


3. คาเฟอีน จากชา กาแฟ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำอัดลม

เป็นตัวกระตุ้นให้ยีสต์เติบโตและเกิดท็อกซินเป็นของเสียในร่างกายและกระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่ายคนที่มีอาการสิวอักเสบมาก เป็นๆ หายๆ ตลอดเวลา หากทำการรักษามาหลายวิธีแต่สิวก็ยังไม่หายขาดอาจทดลองได้โดยการงดอาหารทั้ง 3 กลุ่ม ดังกล่าวข้างต้น สัก 1-2 เดือน หากผลที่ออกมาทำให้เกิดสิวลดลงหรือไม่เกิดสิวใหม่ก็เป็นไปได้ว่าคุณอยู่ในกลุ่มที่ถูกกระตุ้นให้เกิดสิวจากอาหารเหล่านี้และสามารถแก้ไขปัญหาสิวได้ไม่ยากอีกต่อไป

เทคนิคง่ายๆ กับ "วิธีเผาผลาญพลังงาน เผาผลาญไขมันส่วนเกิน"

วิธีการลดความอ้วน
สาวๆ คนไหนที่กำลังคิดว่าตัวเองมีส่วนเกินที่ไม่ต้องการแล้วกำลังหาทางแก้วันนี้เรามีวิธีเผาผลาญพลังงาน เผาผลาญไขมันส่วนเกิน มาฝากกันค่ะ เชื่อว่าสาวๆ หลายคนมีปัญหาเกี่ยวกับไขมันส่วนเกินที่ไม่พึ่งประสงค์อย่าแน่นนอน และถ้าสาวๆ อย่างคุณจะต้องมาออกกำลังกายก็บอกได้คำเดียวว่าขี้เกียจกันใช่ไหมล่ะค่ะ แต่นั้นจะไม่ใช่ปัญหาของคุณผู้หญิงอีกต่อไปเราะว่าวันนี้เรามี วิธีเผาผลาญพลังงาน วิธีเผาผลาญไขมันส่วนเกิน มาฝากกันค่ะ สำหรับ วิธีเผาผลาญพลังงาน วิธีเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ที่เรานำมาบอกกันในวันนี้ก็เป็นวิธีที่ง่ายๆ และคุณผู้หญิงก็สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง ถ้าพร้อมแล้วเราเข้าไปดู วิธีเผาผลาญพลังงาน วิธีเผาผลาญไขมันส่วนเกิน กันเลยดีกว่านะค่ะ แต่ถ้าจะให้ดีสาวๆ ควรจะลองทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายก็จะยิ่งดีมากๆ เลยนะค่ะ รับรองว่าปัญหาต่างๆ ที่คุณเคยหนักใจจะไม่กลับมากวนใจคุณผู้หญิงได้อีกอย่างแน่นอนค่ะ





10 วิธีเผาผลาญพลังงาน เผาผลาญไขมันส่วนเกิน

1. เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

ยิ่งคุณมีกล้ามเนื้อเรียบมากร่างกายคุณก็จะเผาผลาญพลังงานมากซึ่งวิธีการทำให้กล้ามเนื้อเรียบก็ไม่ยากค่ะ เพียงแค่ยกดัมเบลล์อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มเหมือนกัน แต่ช่วงที่ระดับเมตาบอลิซึ่มคุณพุ่งสุดขีดนั้นน่ะ ไม่ใช่ตอนที่คุณวิ่งหอบแฮกๆ บนสายพานหรอกนะค่ะ แต่หลังจากนั้นอีกสัก 2-3 ชั่วโมงค่ะ


2. ขยับตัว

อยากเผาผลาญแคลอรี่ให้เร็วที่สุดก็ต้องออกกำลังกายซึ่งการออกกำลังกายนั้นเราต้องทำเป็นประจำอย่างน้อยที่สุดก็วันละ 30 นาที อย่างปกติก็ 1 ชั่วโมง วิ่งเหยาะๆ หรือเต้นแอโรบิกอาทิตย์ละ 3 ครั้ง (แต่ไม่ควรที่จะหักโหมมากจนเกินไปเพราะอาจจะทำให้คุณเหนื่อยหอบได้) และไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบไหนก็ช่วยเพิ่มเมตาบอลิซึ่มทั้งนั้นล่ะ ให้หัวใจได้เต้นแรงเต็มที่ 120 ครั้งต่อนาที ให้ต่อเนื่องนานสัก 30-45 นาที


3. กิน

ยิ่งร่างกายคุณขาดสารอาหารกล้ามเนื้อก็จะล้าการเผาผลาญก็จะน้อยลง ทางที่ดีกินเป็นมื้อเล็กๆ วันละ 3-4 มื้อ ยังดีกว่าอดอาหารไปเลย แต่อย่าลืมว่าควรจะเป็นคนเลือกินสักหน่อยไม่ใช่บอกว่าให้เลือกกินของแพงนะค่ะ แต่ให้เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากกว่าลดไขมันจากสัตว์แต่เพิ่มปริมาณผักและผลไม้


4. งดน้ำตาล

เหตุผลง่ายๆ ก็คือน้ำตาลที่เหลือใช้แล้วร่างกายจะแปรสภาพเป็นไขมันเพราะฉะนั้นลดน้ำตาลก็จะช่วยลดไขมันไปในตัว


5. อย่าลืมกินอาหารเช้า

เป็นความจริงที่ว่าคนที่กินอาหารเช้าที่มีประโยชน์หุ่นดีกว่าคนที่อดข้าวเช้าและอาหารเช้ายังทำให้ระดับเมตาบอลิซึ่มของคุณวันนั้นพุ่งเป็น 2 เท่าด้วย อีกอย่างอาหารเช้าจะช่วยทำให้สมองปลอดดปร่งสามารถเริ่มทำงานได้อย่างเต็มที่


วิธีเผาผลาญพลังงาน เผาผลาญไขมันส่วนเกิน


6. กินอาหารเผ็ดร้อน

เป็นคนไทยแสนจะโชคดีมีอาหารที่รสจัดมีทั้งพริกขี้หนูและพริกไทย แต่อย่าทานที่เผ็ดจนลิ้นชา หน้าแดง น้ำตาไหลนะค่ะ เพราะอาจจะเกิดอันตรายต่อกระเพาะและลำไส้ได้


7. ดื่มชาเขียว

เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเร่งเมตาบอลิซึ่มได้ดีและปลอดภัยกว่ากาแฟ ที่สำคัญตอนนี้หาซื้อได้ง่ายมีหลายรสชาติให้เลือกรับประทานด้วยค่ะ


8. ดื่มน้ำเยอะๆ

จะช่วยขับสารพิษหลังจากที่ร่างกายเผาผลาญพลังงานแล้ว น้ำเย็นๆ ยังช่วยกระตุ้นให้เมตาบอลิซึ่มกระเตื้องขึ้นอีกนิดหนึ่งด้วยนะ อีกสูตรที่จะช่วยให้คุณมีผิวพรรณที่สดใสนั่นคือ 1 2 3 3 1 อย่าเพิ่งงงค่ะ เพราะว่า 1 2 3 3 1 ที่ว่านี้คือ หลังจากตื่นนอนให้ดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว ตอนสายอีก 2 แก้ว ตอนเที่ยงถึงบ่ายอีก 3 แก้ว ตอนเย็น 3 แก้ว และก่อนนอนอีก 1 แก้ว รับรองว่านอกจากจะช่วยกระตุ้นให้เมตาบอลิซึ่มแล้วผิวพรรณของคุณก็จะดูสดใสไปด้วย


9. อย่าเครียด

สำคัญมากๆ เลยค่ะ เพราะขณะนี้คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่กำลังตกอยู่ในภาวะของอาการเครียด ซึ่งนอกจากจะทำร้ายจิตใจของเราแล้วยังส่งผลถึงร่างกายของเราด้วยเพราะความเครียดทำให้เราอ้วนขึ้น เพราะฮอร์โมนคอร์ติโซนจะไปทำให้อัตราเมตาบอลิซึ่มช้าลง ฉะนั้นสาวๆ ที่กลัวอ้วนโปรดจงอย่าเครียด


10. นอนหลับ

ความลับที่เพิ่งจะค้นพบก็คือ กล้ามเนื้อเรียบในร่างกายเราจะทำงานเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีที่สุดในชั่วโมงหลังๆ ที่เราหลับสนิทเต็มที่ค่ะ ซึ่งร่างกายของคนเราต้องการการพักผ่อนอย่างเต็มที่อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงอ 

วิธีดับกลิ่นปาก


ปาก

ปัญหากลิ่นปากเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คน และก็เกิดได้จากหลายสาเหตุแน่นอนค่ะว่า ทุกคนก็คงอยากแก้ไขปัญหานี้ วันนี้เราจึง หยิบยกเอาสาเหตุและวิธีดับกลิ่นปากมาบอกเล่าให้ทราบกันค่ะ เพื่อคุณ ๆ ทั้งหลายได้หายเครียดกันค่ะ





วิธีดับกลิ่นปาก คือ


แต่อย่าเพิ่งกังวลไปค่ะถ้าเราเข้าใจ สาเหตุของกลิ่นปาก และมี วิธีลดกลิ่นปาก หรือ ขจัดกลิ่นปาก อันไม่พึงประสงค์ในปากได้แล้วปัญหาที่น่าวิตกนี้ก็จะหายไปเอง โดยเบื้องต้นต้องเข้าใจเสียก่อนค่ะว่า สาเหตุของการเกิดกลิ่นปากมี 2 สาเหตุใหญ่ ๆ คือ สาเหตุภายในช่องปาก กับสาเหตุภายนอกช่องปาก

เคล็ดลับ ลดกลิ่นปาก

1. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำมากๆ ช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย

2. อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะจะทำให้ความเข้มข้นของแบคทีเรียในปากเพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย

3. ดื่มน้ำมะนาว จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลาย

4. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ เพราะจะทำให้เกิดกลิ่นปากได้

5. แปรงฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร
 และอย่าลืมแปรงด้านบนของลิ้นด้วย

6. ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า และหากแปรงเสียให้เปลี่ยนแปรง

7. ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

8. เลิกสูบบุหรี่

9. ตรวจสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอ
 

เตือนภัย! โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง

สุขภาพดี

สำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลายรองเท้าส้นสูงถึงว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยเสริมบุคคลิกของคุณสาวๆ ได้เป็นอย่างดี แต่คุณรู้ไหมค่ะว่าโรคที่มากับรองเท้าส้นสูงก็มีเหมือนกันนะค่ะ การที่ผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูงก็อาจจะเนื่องมากจากสถานที่ในการทำงาน ในกลุ่มสังคม หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่การใส่รองเท้าส้นสูงสำหรับสาวๆ นั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เพราะไม่ว่าคุณจะมีรูปร่าง แบบไหนการใส่รองเท้าส้นสูงก็คือความนิยมสำหรับสาวๆ เสมอ วันนี้เราก็เลยมีเรื่องน่ารู้ๆ เกี่ยวกับ โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง หลายๆ คนคงจะไม่อยากเชื่อใช่ไหมหล่ะค่ะว่าการใส่รองเท้าส้นสูงก็เป็นอันตราย ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราจะพาคุณสาวๆ ทั้งหลายไปดู โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง กันเลยดีกว่านะค่ะ จะได้เป็นอีกหนึ่งความรู้เล็กๆ น้อยๆ เพื่อการดูแลสุขภาพของคุณนะค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเราก็ไปุ โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง น่ารู้ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ


โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง


3 โรคที่มากับรองเท้าส้นสูง

1. กล้ามเนื้อน่องเอ็นร้อยหวาย

ในขณะที่สวมใส่รองเท้าส้นสูงคุณสาวๆ ต้องยืนอยู่ในท่าเขย่งซึ่งถ้าร่างกายต้องอยู่ในท่านี้เป็นเวลานานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อน่องเอ็นร้อยหวายตึงและหดสั้น สังเกตได้จากอาการปวดน่องบ่อยๆ จากการเดินหรือการเป็นตะคริว


2. โครงสร้างของเท้า


เมื่อกล้ามเนื้อเอ็นร้อยหวายหดสั้นอยู่บ่อยๆ จะส่งผลเสียต่อโครงสร้างของเท้า เมื่อยืนด้วยเท้าเปล่าจะเห็นว่าเท้าแบนทำให้เกิดอาการปวดที่บริเวณอุ้งเท้าและส้นเท้าจนกลายเป็นปัญหาฝ่าเท้าตามมา



3. กระดูกสันหลัง


การใส่รองเท้าส้นสูงทำให้ปลายเท้าส่วนหน้าต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักของร่างกายไว้เกือบทั้งหมดเพื่อให้สามารถยึดตัวให้ตั้งตรงและทรงตัวได้ ในขณะเดียวกันสรีระของร่างกายก็จะปรับให้อวัยวะส่วนหลัง บริเวณช่วงเอวแอ่นไปด้านหลังส่งผลให้เกิดอาการตึงของกล้ามเนื้อจนถึงขั้นปวดหลังในที่สุด



ลดน้ำหนักด้วยมะนาว "ลดความอ้วน"

วิธีการลดน้ำหนัก

วันนี้เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำบทความลดน้ำหนักด้วยมะนาวหรือเรียกอีกในหนึ่งว่า ลดความอ้วนด้วยมะนาว นั่นเองค่ะ นำมาฝากคุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชที่กำลังมองหาวิธีลดความอ้วน วิธีลดน้ำหนักกันอยู่ค่ะ สำหรับบทความ ลดน้ำหนักด้วยมะนาว หรือ ลดความอ้วนด้วยมะนาว นั้น เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับลดความอ้วนที่จะช่วยให้คุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชได้มีหุ่นสวยกันอีกเช่นเคยค่ะ เพราะจะกล่าวไปแล้วว่า ในสรรพคุณและคุณประโยชน์ของมะนาวนั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าช่วยในการลดความอ้วนและลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ฉะนั้นคุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชห้ามพลาดกับเคล็ดลับ ลดน้ำหนักด้วยมะนาว หรือ ลดความอ้วนด้วยมะนาว ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาฝากันเด็ดขาดเลยนะค่ะ เพราะหากว่าคุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชสามารถทำตามเคล็ดลับ วิธีลดน้ำหนักด้วยมะนาว หรือ วิธีลดความอ้วนด้วยมะนาว ที่เอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอช (N3K.IN.TH) นำมาฝากคุณผู้หญิงชาวเอ็นทรีเคดอทไอเอ็นดอททีเอชอาจจะลดน้ำหนักลดความอ้วนได้ดั่งใจก็เป็นได้ค่ะ


ลดน้ำหนักด้วยมะนาว


3 เคล็ดลับ ลดน้ำหนักด้วยมะนาว ลดความอ้วนด้วยมะนาว

1. ดื่มน้ำมะนาวกับน้ำอุ่นทุกๆ เช้า

เพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหารให้ทำงานดียิ่งขึ้น มะนาวเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีมากที่สุดไม่เพียงแต่จะดีสำหรับช่วยลดไข้ได้แต่มันยังมีผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยแอริโซนาแนะนำมาว่า ใครที่กินผลไม้และผักที่มีวิตามินซีในปริมาณที่มากจะมีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารและจะช่วยให้น้ำหนักลดได้ดีกว่าวิธีอื่นๆ อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นน้ำมะนาวยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมให้กักเก็บเอาไว้ในเซลล์ไขมัน ผลวิจัยยังแสดงอีกว่า แคลเซียมที่มีอยู่ในเซลล์ไขมันปริมาณมากๆ จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น


2. รับประทานผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 ชนิด

เพราะผักและผลไม้ทุกประเภทจะมีปริมาณแคลอรีที่น้อยมาก แต่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ เส้นใย และสารอาหารที่ครบครันจะช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายช่วยให้ระบบประสาททำงานอย่างสงบลง


3. ปรับสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด

โดยการบีบน้ำมะนาวลงไปในมื้ออาหารทุกมื้อหรือผสมเปลือกมะนาวลงไปในซุปหรือสลัดและบีบมะนาวเพียงเล็กน้อยโปรยลงบนเนื้อปลาและเนื้อไก่ก่อนรับประทาน แล้วจะรู้ว่ามะนาวคือเส้นใยที่มหัศจรรย์ที่สุดเพราะมะนาวจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้นอีกทั้งยังช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงด้วย นอกจากนี้ผลการศึกษาของวิทยาลัย Journal of the America College of Nutrition รายงานว่า คาร์โบไฮเดรตที่พบในผิวเปลือกของมะนาวจะสามารถกำจัดความอยากกินให้ลดลงได้ถึง 4 ชั่วโมง เปลือกมะนาวเป็นแหล่งรวมไฟเบอร์ที่ดีที่สุดช่วยให้ระบบย่อยอาหารสามารถดูดซึมน้ำตาลได้เร็วยิ่งขึ้น หลังจากที่คุณกินมันคุณจะรู้สึกอิ่มไปอีกนานเลยทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลลดความอ้วนจาก healthcorners ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต